


เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่น “สู้” ปี พ.ศ. 2548 เป็นหนึ่งในวัตถุมงคลที่ทรงคุณค่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งของประวัติศาสตร์และความจงรักภักดีต่อชาติไทย เหรียญรุ่นนี้ถูกจัดสร้างขึ้นด้วยพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อพระราชทานแก่เหล่าทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติอย่างมั่นคงและปลอดภัย เหรียญนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องรางธรรมดา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ เสียสละ และความรักชาติอย่างแท้จริง
การจัดสร้างเหรียญนี้ได้รับการดำเนินงานอย่างพิถีพิถัน โดยมี พลเอก ณพล บุญทับ และคุณกุลิสราพ์ บุญทับ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกและมหาชัยมังคลาภิเษก ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างยิ่ง พิธีกรรมนี้ถือเป็นการเสริมพลังและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับเหรียญรุ่น “สู้” อย่างเต็มเปี่ยม
บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับประวัติความเป็นมา การออกแบบและรายละเอียดของเหรียญ รวมถึงความเชื่อและพุทธคุณที่เล่าขานกัน โดยเรื่องราวทั้งหมดสืบเนื่องมาจากปณิธานของ มูลนิธินักรบไทย ไทรทองเทพนิมิต ที่มุ่งเชิดชูพระมหาวีรกรรมของบูรพกษัตริย์ไทย
ประวัติความเป็นมาและการจัดสร้างเหรียญ
เหรียญรุ่นนี้ถูกจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2548 ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อส่งเสริมขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเวลานั้นสถานการณ์ความไม่สงบสร้างความยากลำบากและความหวาดกลัวให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมาก เหรียญ “สู้” จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งและความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับอุปสรรค
การจัดสร้างได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศที่ร่วมกันปลุกเสกเหรียญในพิธีมหาชัยมังคลาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีพระสงฆ์จำนวน 2,549 รูป และพระภาวนาจารย์ 108 รูป นั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกถึง 6 รอบ เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์สูงสุด
ผู้นำจัดสร้างและพิธีกรรมสำคัญ
พลเอก ณพล บุญทับ ดำรงตำแหน่งรองสมุหราชองครักษ์ในขณะนั้น รับหน้าที่เป็นประธานดำเนินงานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยพระสงฆ์และพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง พิธีมหาพุทธาภิเษกและมหาชัยมังคลาภิเษกจัดขึ้น ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว ในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2548 โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรงจุดเทียนชัย บวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอย่างสมพระเกียรติ
ที่มา: บทสัมภาษณ์จากรายการ “พิราบคาบข่าว” · กรมกิจการพลเรือนทหารบก (YouTube)
การออกแบบและรายละเอียดของเหรียญรุ่น “สู้”
เหรียญรุ่นนี้มีรูปทรงอาร์มที่โดดเด่น ด้านหน้าประดิษฐานพระบรมสาทิสลักษณ์จำลองครึ่งพระองค์จากพระบรมราชานุสาวรีย์ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของประชาชน ด้านหลังเหรียญประดับด้วยพระนามาภิไธยย่อ “ส.ก.” พร้อมคำขวัญลายพระหัตถ์คำว่า “สู้” ที่สื่อถึงจิตใจกล้าหาญและมุ่งมั่นในการปกป้องชาติ
เหรียญรุ่นนี้ถูกผลิตออกมาในหลายเนื้อโลหะ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบูชาและสนับสนุนภารกิจพระราชกุศล โดยมีรายละเอียดดังนี้
| เนื้อโลหะ | จำนวนจัดสร้าง | รายละเอียด |
|---|---|---|
| เนื้อทองคำ | 3,999 เหรียญ | น้ำหนักประมาณ 1.5 บาท (22–23 กรัม) |
| เนื้อเงิน | 9,999 เหรียญ | พ่นทรายขัดเงา ผิวกระจก และตอกโค้ด “สู้” |
| เนื้อสามกษัตริย์ / ชุบทอง | จำนวนจำกัด | แจกกรรมการหรือเปิดบูชาพิเศษ |
| เนื้อทองแดงบริสุทธิ์ | 999,999 เหรียญ | บล็อกนิยมและตอกโค้ด “สู้” ชัดเจน |
ความหมายและวัตถุประสงค์ของคำว่า “สู้”
คำว่า “สู้” บนเหรียญไม่เพียงแต่เป็นคำขวัญ แต่ยังเป็นคำแห่งกำลังใจที่สื่อถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละของผู้ที่ได้รับเหรียญนี้
- สู้ เพื่อปกป้องรักษาประเทศชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
- สู้ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- สู้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความทุกข์ยากและภัยอันตราย
พุทธคุณและประสบการณ์ของเหรียญรุ่นนี้
เนื่องจากจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เหรียญรุ่นนี้จึงมีชื่อเสียงในด้านพุทธคุณที่เข้มขลัง และได้รับการเล่าขานต่อกันมาในวงการพระเครื่องอย่างกว้างขวาง
- แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
- มหาอุด ช่วยป้องกันภัยและอุปสรรค
- คงกระพันชาตรี ทำให้ผู้บูชามีความมั่นใจในความปลอดภัย
- ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจในยามเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก
นอกจากความเชื่อในด้านพุทธคุณแล้ว เหรียญนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเสียสละและความกล้าหาญของผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทย ทำให้ผู้บูชารู้สึกถึงพลังใจและความเข้มแข็งในทุกสถานการณ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหรียญรุ่น “สู้”
1. เหรียญรุ่นนี้มีความหมายอย่างไร?
เหรียญนี้เป็นเครื่องรางที่สื่อถึงความกล้าหาญและความเสียสละในการปกป้องชาติและประชาชน โดยมีคำว่า “สู้” เป็นคำขวัญแห่งกำลังใจ
2. เหรียญรุ่น “สู้” ผลิตออกมาในเนื้ออะไรบ้าง?
มีการจัดสร้างในเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อสามกษัตริย์/ชุบทอง และเนื้อทองแดงบริสุทธิ์
3. พิธีปลุกเสกเหรียญจัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไร?
จัดพิธีปลุกเสกใหญ่ที่พระอุโบสถวัดพระแก้ว ในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2548 โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ ทรงจุดเทียนชัยบวงสรวง
4. เหรียญนี้มีพุทธคุณด้านใด?
เล่าขานว่ามีพุทธคุณด้านแคล้วคลาด ปลอดภัย มหาอุด คงกระพันชาตรี และเสริมขวัญกำลังใจ
5. จะเช่าบูชาเหรียญนี้ได้จากที่ไหน?
สามารถติดต่อได้ที่มูลนิธินักรบไทย ไทรทองเทพนิมิต หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดการเช่าบูชาผ่านเว็บไซต์และเพจ Facebook ของมูลนิธิ
สรุป
เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่น “สู้” ปี พ.ศ. 2548 ไม่เพียงแต่เป็นวัตถุมงคลที่มีคุณค่าในด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเสียสละของผู้ปกป้องแผ่นดินไทย การจัดสร้างและพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ได้เสริมพลังความศรัทธาให้กับผู้บูชาอย่างลึกซึ้ง เหรียญรุ่นนี้จึงเป็นเครื่องรางที่เหมาะสมทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการขวัญและกำลังใจ และนักสะสมพระเครื่องที่ชื่นชอบวัตถุมงคลที่มีเรื่องราวและพลังแห่งพระเมตตาอย่างแท้จริง
จากพระเมตตาและความห่วงใย สู่ถ้อยคำเพียงหนึ่งคำที่เปี่ยมด้วยพลัง
“สู้” — คำแห่งกำลังใจ คำแห่งความกล้าหาญ
และคำที่สะท้อนถึงหัวใจของผู้เสียสละเพื่อผืนแผ่นดินไทย
ขอเช่าบูชาเหรียญรุ่น “สู้”
ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์ขอเช่าบูชาเหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่น “สู้” สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่
มูลนิธินักรบไทย ไทรทองเทพนิมิต · เว็บไซต์ nakropthai-saithong.com
อ่านเพิ่มเติม: ขอเชิญเข้าสักการะอนุสรณ์สถานเทวาลัยไทรทองเทพนิมิต
#พลังแห่งพระเมตตา #เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช #เหรียญรุ่นสู้ #มูลนิธินักรบไทยไทรทองเทพนิมิต #วัตถุมงคล #เพื่อแผ่นดินไทย

